กำแพงภาษี 36% ของสหรัฐ

กำแพงภาษี 36% ของสหรัฐฯ กระทบไทยตั้งแต่ระดับรายได้ประเทศ เพราะอุตสาหกรรมจำนวนมากยังพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดหลักและตลาดที่ให้ราคาสูง เมื่อคำสั่งซื้อถูกชะลอหรือถูกตัดออก ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ผู้ส่งออก แต่ไหลย้อนกลับมาทั้งระบบเศรษฐกิจในประเทศ การประเมินชี้ว่า มูลค่าส่งออกของไทยอาจหดตัวสูงถึง 8–9 แสนล้านบาทภายในปีเดียว ส่งผลให้ GDP เสี่ยงลดลงราว 0.3–0.5% เงินจากต่างประเทศที่เคยหมุนผ่านโรงงาน แรงงาน และธุรกิจท้องถิ่นจะหายไปอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในเมืองอุตสาหกรรม จังหวัดชายฝั่ง และพื้นที่เกษตรกรรมที่พึ่งพาการส่งออกเป็นหลัก ในภาคเกษตรอย่างยางธรรมชาติ สหรัฐฯ เคยรับซื้อประมาณ 10% ของยอดส่งออกยางไทย และเป็นตลาดที่ให้ราคาสูง เมื่อออร์เดอร์จากตลาดนี้หายไป ราคาหน้าไร่ถูกกดลงทันที รายได้ของครัวเรือนชาวสวนยางกว่า 1.6 ล้านครัวเรือน ลดลงพร้อมกัน เงินหมุนในชุมชนจึงสะดุดในเวลาไม่กี่สัปดาห์ เมื่อรายได้จากภาคการผลิตและเกษตรหายไปพร้อมกัน ฐานรายได้ของประเทศจะอ่อนแรงลงทันที และกลายเป็นจุดตั้งต้นของแรงกดดันด้านงาน รายได้ และค่าครองชีพที่ตามมาถัดไป
ในจังหวะที่รายได้ของแรงงานและครัวเรือนลดลง ค่าใช้จ่ายกลับเพิ่มขึ้นพร้อมกันจากหลายปัจจัย เงินบาทที่อ่อนค่าทำให้ต้นทุนนำเข้าสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมัน ก๊าซหุงต้ม และค่าขนส่ง ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการในชีวิตประจำวัน ผลลัพธ์คือ คนที่มีรายได้เท่าเดิมต้องจ่ายแพงขึ้นทุกใบเสร็จ ขณะที่ครัวเรือนที่รายได้ลดลงต้องแบกรับภาระหนักขึ้นสองชั้น หลายครัวเรือนจึงเริ่มพึ่งพาเงินออม หรือหันไปใช้สินเชื่อเพื่อประคองชีวิตในระยะสั้น ความเสี่ยงที่ หนี้ครัวเรือนจะเพิ่มสูงจนแตะระดับ 90% ต่อ GDP จึงไม่ใช่เรื่องไกลตัว

ดอกเบี้ยบัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล และเงินกู้นอกระบบ กลายเป็นภาระที่สะสมเงียบ ๆ และยากจะคลี่คลายในระยะยาว กำแพงภาษี 36% ของสหรัฐฯ จึงไม่ได้จบอยู่ที่ตัวเลขการค้า แต่ไหลลงมาเป็น รายได้ที่ลดลง ค่าครองชีพที่สูงขึ้น และหนี้ที่เพิ่มขึ้น สำหรับคนไทยทุกระดับ ตั้งแต่แรงงานในโรงงาน ชุมชนรอบพื้นที่ผลิต ไปจนถึงครัวเรือนในเมืองใหญ่ ภาระนี้อาจไม่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันเดียว แต่กำลังเกิดขึ้นจริง และกำลังซ้อนทับชีวิตของผู้คนทั้งประเทศ
เมื่อรายได้จากการส่งออกสะดุด โรงงานและภาคการผลิตคือจุดที่รับแรงกระแทกถัดมา แรงงานจำนวนมากเผชิญผลกระทบจากการตัดค่าล่วงเวลา ลดกะกลางคืน หรือปรับลดวันทำงาน รายได้รวมต่อเดือนของแรงงานจึงหายไปทันที แม้เงินเดือนพื้นฐานจะยังคงเท่าเดิม แรงงานโรงงานกว่า 3.7 ล้านคน พึ่งพารายได้จากโอทีเป็นส่วนสำคัญของชีวิตประจำวัน เมื่อรายได้ส่วนนี้หายไป ความตึงตัวทางการเงินจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

โดยเฉพาะในครัวเรือนที่มีภาระผ่อนบ้าน ค่าเล่าเรียนบุตร หรือค่าใช้จ่ายประจำที่ลดไม่ได้ ผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภายในโรงงาน แต่ลามออกไปยังอาชีพอิสระและธุรกิจรายย่อยรอบพื้นที่ผลิต เช่น ร้านอาหาร ร้านค้า วินมอเตอร์ไซค์ และบริการรายวัน เมื่อกำลังซื้อของแรงงานลดลง เงินหมุนในชุมชนและเมืองอุตสาหกรรมจะหายไปอย่างเห็นได้ชัด แม้จะยังไม่มีการเลิกจ้างอย่างเป็นทางการก็ตาม เมื่อรายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายยังคงอยู่ครบ ความไม่มั่นคงของแรงงานจึงเพิ่มขึ้น และกลายเป็นแรงกดดันต่อครัวเรือนในวงกว้าง

Chance   Analysis     ArticlE

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ข้อมูล นโยบาย และคำสัญญาทางการเมืองยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ความมั่นใจของผู้มีสิทธิ์กลับไม่เพิ่มตาม หลายคนลังเลไม่ใช่เพราะไม่สนใจการเมือง หากเพราะไม่แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจได้จริงหรือไม่ คำพูดเปลี่ยนได้ นโยบายมีมากแต่ยากจะประเมินว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ และบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อนยังไม่เคยถูกสรุปอย่างชัดเจน ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งไม่ใช่แค่การเลือกคนหรือพรรค แต่เป็นการประเมินว่า จะเชื่อใจใครได้มากน้อยเพียงใด

อุบัติเหตุบนท้องถนนมักถูกมองว่าเป็นเรื่องความประมาทส่วนบุคคล แต่ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดซ้ำทุกปีสะท้อนว่า ปัญหานี้ลึกกว่าพฤติกรรมของใครคนใดคนหนึ่ง ความเร็ว การตัดหน้า การดื่มแล้วขับ และสภาพถนน ล้วนทำงานร่วมกันในระบบเดียวกัน แม้จะมีการรณรงค์และตั้งด่านตรวจอย่างต่อเนื่อง ความสูญเสียยังคงเกิดซ้ำ ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ใครผิด แต่คือระบบความปลอดภัยบนถนนของไทยปกป้องชีวิตผู้ใช้ทางได้มากพอแล้วหรือยัง

ภายใต้ภาพเศรษฐกิจที่ดูเหมือนยังขับเคลื่อนไปได้ ธุรกิจ SME จำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง นั่นคือการขาดสภาพคล่อง แม้บางกิจการจะยังมียอดขายหรือกำไรบนกระดาษ แต่เงินสดกลับไม่พอสำหรับการดำเนินงานในแต่ละวัน ภาระต้นทุน หนี้สิน และการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น กำลังกดดันธุรกิจรายย่อยอย่างเงียบ ๆ ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ผู้ประกอบการ หากค่อย ๆ ลุกลามไปถึงการจ้างงาน กำลังซื้อ และความเปราะบางของเศรษฐกิจทั้งระบบ

เมื่อแม้แต่ “นักกีฬาทีมชาติ” ก็ยังไม่มีรายได้ที่แน่นอน หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อได้ติดทีมชาติแล้ว นักกีฬาจะมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้นแต่ในความเป็นจริง การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้ประจำจากรัฐ นักกีฬาทีมชาติไทยไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ขั้นต่ำที่แน่นอน รายได้จากรัฐที่มี คือเบี้ยเลี้ยงเฉพาะช่วงเก็บตัวหรือแข่งขันเท่านั้นหากเดือนไหนไม่มีรายการแข่ง หรือไม่มีการเก็บตัว รายได้จากรัฐในเดือนนั้นคือ ศูนย์บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงอยู่ครบ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดนี้

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอาจกินเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ผลกระทบที่แท้จริงกลับยาวนานกว่านั้นมาก เพราะสิ่งที่ถูกเขย่าไม่ได้มีแค่พื้นดินหรืออาคาร หากรวมถึงความรู้สึกปลอดภัยของผู้คนในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง เหตุการณ์นี้ทำให้คำถามเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง การกำกับดูแล และความพร้อมของระบบรับมือภัยพิบัติกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ท่ามกลางอาคารที่ยังยืนอยู่และอาคารที่พังถล่ม ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า ความมั่นคงที่เคยเชื่อว่าแน่นหนา อาจเปราะบางกว่าที่คิด

ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้หลายคนเผลอคิดว่าเป็นผลจากการใช้ไฟมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขบนบิลอาจสะท้อนมากกว่าพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟ เพราะค่าไฟไม่ได้ประกอบด้วยแค่ต้นทุนพลังงาน หากรวมถึงโครงสร้างการผลิตและจัดซื้อไฟฟ้าที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์เลือก สัญญาระยะยาว ค่าใช้จ่ายแฝง และกลไกการปรับราคา ล้วนถูกซ่อนอยู่ในระบบเดียวกัน ความซับซ้อนเหล่านี้ทำให้ค่าไฟกลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นโดยที่หลายคนไม่แน่ใจว่า ใครเป็นผู้กำหนดต้นทุน และใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากระบบนี้

วงจรความเสียหายที่ประชาชนต้องจ่ายเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่หลายครัวเรือนต้องเผชิญทุกฤดูฝน ไม่ใช่แค่น้ำที่เอ่อเข้าบ้าน แต่คือค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ต้องรับผิดชอบเองเกือบทั้งหมด น้ำท่วมหนึ่งครั้งไม่ได้ทิ้งไว้แค่คราบหรือความเสียหายชั่วคราว แต่ทิ้งภาระทางการเงินและเวลาชีวิตที่ไม่มีใครชดเชยได้ครบ ความเสียหายจากน้ำท่วมหนึ่งครั้งอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึง 90,000 บาท หรือมากกว่า ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย พื้นพอง ผนังพัง รถเสีย รายได้หาย และค่าแรงที่ขาดช่วง ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องรับผิดชอบเอง ขณะที่เงินเยียวยาจากรัฐมีเพดานสูงสุดเพียง 9,000 บาทเท่านั้น

มลพิษไร่อ้อย

ต้นทุนที่ถูกลบออกจากระบบ
แต่ถูกผลักให้สังคมแบกรับแทน

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่การจ้างงาน รายได้จากการส่งออก และการเป็นวัตถุดิบให้หลายอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แต่ในขณะที่ระบบการผลิตเดินหน้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกลับถูกผลักออกไปอยู่นอกระบบบัญชีอย่างต่อเนื่อง

มลพิษจากการเผาไร่อ้อย โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 จึงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะฤดูกาลหรือพฤติกรรมของเกษตรกรรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างการผลิตที่ให้รางวัลกับต้นทุนต่ำ ความเร็ว และผลผลิตระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนระยะยาวที่สังคมต้องแบกรับ

กำแพงภาษี 36%

ของสหรัฐ คือกำแพงทีทำเกษตรกรให้จนลง

ราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เกิดจากภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากต้นทุนและภาษีที่ถูกบวกซ้อนกันตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบ โรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงหน้าร้าน ภาระเหล่านี้ไม่เคยถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แต่สะสมอยู่ในราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายทุกวัน

แจกเงินกว่า 100,00 ล้านบาท

แก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้จริงไหม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพึ่งพาการ “แจกเงิน” จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไปแล้ว ทั้งที่ปัญหาจริงซ่อนอยู่ลึกกว่าแค่การพยุงกำลังซื้อระยะสั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังตัวเลขการเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และงบประมาณที่หายไป อาจบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอนาคตของเรา—มากกว่าที่เห็นในวันแจกเงิน

ลดภาษี

ฟังดูดีแต่ทำไมเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วง?

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

สวัสดิการแรงงานไทย

แรงงานไทยคือกำลังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งแต่ภาคการผลิต อุตสาหกรรม บริการ ไปจนถึงภาคส่งออก รายได้ของประเทศเติบโตจากแรงงานหลายสิบล้านคนที่ทำงานทุกวัน แต่สวัสดิการที่แรงงานได้รับกลับยังไม่สะท้อนความมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างที่ควรเป็น ในยุคที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้ขั้นต่ำแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายพื้นฐาน สิทธิด้านการรักษาพยาบาลยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง และเงินบำนาญหลังเกษียณอยู่ในระดับที่ไม่สามารถรองรับชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าแรงงานทำงานหนักแค่ไหน แต่คือ แรงงานทำงานหนักไปเพื่ออะไร หากสวัสดิการไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

แจกเงินกว่า 100,00 ล้านบาท

แก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้จริงไหม

หลายปีมานี้ นโยบาย “แจกเงิน” กลายเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย เหมือนเป็นคำตอบอัตโนมัติทุกครั้งที่เศรษฐกิจสะดุด แต่ในขณะที่เงินช่วยพยุงให้ผู้คนพอหายใจได้ต่อ รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ การเติบโตที่ช้าลง หนี้ที่ทับซ้อน และงบประมาณที่ถูกเบียดออก กำลังสะท้อนบางอย่างสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างประเทศ บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ตัวการแจกเงิน แต่วิธีที่เราพึ่งมันจนเกินไปก็ได้

กำแพงภาษี 36% ของสหรัฐ

กำแพงภาษีนำเข้า 36% ของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพียงมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ แต่คือแรงกระแทกเชิงโครงสร้างที่กำลังส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของผู้ผลิตไทย และกำลังไหลต่อเนื่องไปยังแรงงาน ครัวเรือน และค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดเป็นจุด ๆ แต่กำลังซ้อนทับกันพร้อมกันในหลายมิติ ตั้งแต่รายได้ชาติ งาน ค่าครองชีพ ไปจนถึงหนี้ครัวเรือน และสุดท้ายจะกลายเป็นภาระร่วมที่ทุกคนต้องแบกรับ ไม่ว่าทำงานอยู่ในไร่ โรงงาน หรือออฟฟิศกลางเมือง

คนละครึ่ง พลัส

ดีจริงหรือผลประโยชน์แอบแฝง

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.