ระบบและโครงสร้างที่ไม่สนับสนุนนักกีฬาไทย

เส้นทางของนักกีฬาไม่ได้เริ่มต้นในวันที่มีการแข่งขัน แต่เริ่มตั้งแต่วันที่ต้องซ้อมทุกวัน ซ้ำ ๆ ต่อเนื่องเป็นปี ๆ อุปกรณ์เฉพาะทางในหลายชนิดกีฬามีราคาสูง และต้องเปลี่ยนตามการใช้งานหรือระดับการแข่งขัน นักกีฬาจำนวนมากต้องซื้ออุปกรณ์เองตั้งแต่ระดับเยาวชน ไปจนถึงระดับทีมชาติ โดยไม่มีงบสนับสนุนที่แน่นอน การบาดเจ็บเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพนี้ แต่การรักษาและกายภาพบำบัดต้องทำอย่างต่อเนื่อง หลายกรณีไม่สามารถรอคิว หรือรอขั้นตอนอนุมัติได้ นักกีฬาจึงต้องควักเงินเอง เพื่อให้ร่างกายกลับมาซ้อมได้ทันเวลา เพราะหากพักนานเกินไป โอกาสก็จะหลุดไปทันที

ค่าเดินทางไปซ้อมและแข่งขันต่างจังหวัดเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นซ้ำ บางชนิดกีฬาต้องเดินทางแทบทุกเดือน ค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าอาหารสะสมเป็นภาระระยะยาว ซึ่งไม่เคยหายไป แม้จะติดทีมชาติแล้ว จากข้อมูลในหลายชนิดกีฬา นักกีฬาไทยต้องจ่ายเงินเองเฉลี่ย 40,000–80,000 บาทต่อปี

เมื่อรวมตลอดเส้นทางการฝึกซ้อมหลายปี ค่าใช้จ่ายอาจสูงถึง หลายแสนบาท หรือเกือบหนึ่งล้านบาทต่อคน ต้นทุนเหล่านี้เกิดขึ้นโดยไม่มีหลักประกันใด ๆ ไม่มีใครบอกได้ว่าจะไปถึงเหรียญหรือไม่ หรือจะสามารถอยู่ในเส้นทางกีฬาได้นานแค่ไหน นักกีฬาจำนวนมากจึงหลุดออกจากระบบ ไม่ใช่เพราะฝีมือไม่ถึง แต่เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนชีวิตได้ต่อไป

Chance   Analysis     ArticlE

Chance   Analysis     ArticlE

เงินหมุนช้า = เศรษฐกิจโตช้า / เงินหยุดหมุน = หนี้โตเร็ว”

การสร้างนักกีฬาให้ถึงระดับนานาชาติ ไม่ใช่เรื่องของฤดูกาลแข่งขันเดียว แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อย 4–8 ปีของการฝึกซ้อมต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระบบกีฬาไทยกลับทำงานในกรอบเวลาสั้น งบประมาณ โค้ช และทีมงานจำนวนมาก ถูกจัดสรรแบบ “ปีต่อปี” หรือ “ตามรอบการแข่งขัน” โค้ชและสตาฟฟ์หลายตำแหน่งไม่มีความมั่นคง แผนการฝึกที่วางไว้ระยะยาวอาจถูกยกเลิก หรือเปลี่ยนทิศทางทันทีเมื่อมีการเปลี่ยนผู้บริหารหรือคณะกรรมการ ผลกระทบไม่ได้เกิดกับเอกสารหรือแผนงาน แต่เกิดกับนักกีฬาที่กำลังอยู่ในช่วงพัฒนา เด็กและเยาวชนที่ควรได้ฝึกในระบบเดียวต่อเนื่อง กลับต้องปรับตัวใหม่ทุกครั้งที่โครงสร้างเปลี่ยน

อีกปัญหาสำคัญคือความไม่ชัดเจนของเส้นทางในระบบ นักกีฬาหลายชนิดกีฬาไม่รู้ล่วงหน้าว่า ต้องทำผลงานแบบไหน จึงจะได้เข้าเก็บตัว หรือมีโอกาสไปแข่งขันระดับนานาชาติ เกณฑ์การคัดเลือกบางครั้งประกาศช้า บางครั้งเปลี่ยนระหว่างฤดูกาล และมักไม่มีคำอธิบายเชิงระบบที่ชัดเจน ทำให้ความรู้สึกไม่เป็นธรรมสะสมในหมู่นักกีฬา เมื่ออาชีพนักกีฬามีอายุสั้น แต่ระบบกลับไม่มีแผนรองรับหลังเลิกเล่น ปัญหานี้ยิ่งทวีความรุนแรง นักกีฬาหลายคนใช้ร่างกายแข่งขันจนถึงช่วงปลายวัยทำงาน แต่เมื่อเลิกเล่น กลับไม่มีระบบช่วยเปลี่ยนผ่านไปสู่อาชีพอื่น ไม่มีการวางแผนทางการเงิน ไม่มีหลักประกันด้านสุขภาพระยะยาว ในต่างประเทศ นักกีฬาถูกมองว่าเป็นแรงงานเฉพาะทาง ที่ต้องได้รับการคุ้มครองตลอดวงจรอาชีพ

แต่ในไทย นักกีฬาจำนวนมากต้องเริ่มต้นใหม่ โดยใช้ทรัพยากรส่วนตัวที่เหลืออยู่เพียงเล็กน้อย ทั้งหมดนี้สะท้อนปัญหาเดียวกัน คือระบบกีฬาไทยให้ความสำคัญกับ “ผลลัพธ์ระยะสั้น” มากกว่าการสร้างโครงสร้างระยะยาว นักกีฬาไทยไม่ได้ไปไม่ถึง แต่ระบบหยุดพวกเขาไว้กลางทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ปัญหาหลักของนักกีฬาทีมชาติไทยไม่ใช่แค่ “ไม่มีเงินเดือน” แต่คือ โครงสร้างรายได้ที่ไม่สม่ำเสมอ และคาดการณ์ไม่ได้ รายได้จากรัฐของนักกีฬาไทยผูกติดอยู่กับ “กิจกรรม” ไม่ใช่ “สถานะ” นั่นหมายความว่า นักกีฬาจะมีรายได้ก็ต่อเมื่อ มีการเก็บตัว มีการแข่งขัน หรือมีภารกิจที่สมาคมเรียกใช้งานเท่านั้น หากช่วงใดไม่มีการแข่งขันระดับนานาชาติ หรือไม่มีแคมป์เก็บตัวอย่างเป็นทางการ รายได้จากรัฐจะหายไปทันที แม้นักกีฬายังต้องซ้อมเต็มเวลาเหมือนเดิม โครงสร้างลักษณะนี้ทำให้นักกีฬาอยู่ในสภาพ “พร้อมแข่งตลอด แต่ไม่มีรายได้ตลอด”

ซึ่งสวนทางกับธรรมชาติของการพัฒนาศักยภาพที่ต้องการความต่อเนื่อง ในทางปฏิบัติ นักกีฬาหลายคนต้องพึ่งรายได้จากสังกัดอื่น เช่น ตำรวจ ทหาร มหาวิทยาลัย หรือสโมสรเอกชน แต่โอกาสนี้ไม่ได้กระจายอย่างเท่าเทียม นักกีฬาจำนวนมาก โดยเฉพาะในกีฬาที่ไม่เป็นที่นิยม ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำงานเสริมหรือพึ่งครอบครัว เมื่อรายได้ไม่แน่นอน นักกีฬาต้องตัดสินใจระหว่าง “ซ้อมให้เต็มที่” กับ “หาเงินให้พอใช้” และการตัดสินใจแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าตลอดอาชีพ

นอกจากรายได้ส่วนบุคคลแล้ว ระบบงบประมาณของสมาคมกีฬาก็เป็นอีกปัจจัยที่สร้างความเหลื่อมล้ำอย่างชัดเจน งบที่แต่ละสมาคมได้รับแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับความนิยมของกีฬา ความสามารถในการหาสปอนเซอร์ และความสัมพันธ์เชิงนโยบายในแต่ละช่วงเวลา ผลที่ตามมาคือ นักกีฬาบางชนิดกีฬาได้เก็บตัวต่างประเทศหลายครั้งต่อปี มีอุปกรณ์ฝึกซ้อมมาตรฐานสากล มีทีมสตาฟฟ์ครบ ขณะที่นักกีฬาอีกจำนวนมาก ยังขาดงบเดินทางไปแข่งขัน หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายพื้นฐานในการฝึกซ้อม ทั้งที่ทุกคนสวมเสื้อทีมชาติไทยเหมือนกัน แต่ “คุณภาพของโอกาส” กลับต่างกันตั้งแต่ต้น และความต่างนี้ไม่ได้สะท้อนในตารางเหรียญ แต่สะท้อนในศักยภาพที่ถูกใช้ได้ไม่เต็มที่ของนักกีฬาแต่ละคน

Chance   Analysis     ArticlE

ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง ข้อมูล นโยบาย และคำสัญญาทางการเมืองยิ่งเพิ่มขึ้น แต่ความมั่นใจของผู้มีสิทธิ์กลับไม่เพิ่มตาม หลายคนลังเลไม่ใช่เพราะไม่สนใจการเมือง หากเพราะไม่แน่ใจว่าข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการตัดสินใจได้จริงหรือไม่ คำพูดเปลี่ยนได้ นโยบายมีมากแต่ยากจะประเมินว่าอะไรทำได้หรือไม่ได้ และบทเรียนจากการเลือกตั้งครั้งก่อนยังไม่เคยถูกสรุปอย่างชัดเจน ความไม่แน่นอนเหล่านี้ทำให้การเลือกตั้งไม่ใช่แค่การเลือกคนหรือพรรค แต่เป็นการประเมินว่า จะเชื่อใจใครได้มากน้อยเพียงใด

อุบัติเหตุบนท้องถนนมักถูกมองว่าเป็นเรื่องความประมาทส่วนบุคคล แต่ตัวเลขการบาดเจ็บและเสียชีวิตที่เกิดซ้ำทุกปีสะท้อนว่า ปัญหานี้ลึกกว่าพฤติกรรมของใครคนใดคนหนึ่ง ความเร็ว การตัดหน้า การดื่มแล้วขับ และสภาพถนน ล้วนทำงานร่วมกันในระบบเดียวกัน แม้จะมีการรณรงค์และตั้งด่านตรวจอย่างต่อเนื่อง ความสูญเสียยังคงเกิดซ้ำ ทำให้คำถามสำคัญไม่ใช่แค่ใครผิด แต่คือระบบความปลอดภัยบนถนนของไทยปกป้องชีวิตผู้ใช้ทางได้มากพอแล้วหรือยัง

ภายใต้ภาพเศรษฐกิจที่ดูเหมือนยังขับเคลื่อนไปได้ ธุรกิจ SME จำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง นั่นคือการขาดสภาพคล่อง แม้บางกิจการจะยังมียอดขายหรือกำไรบนกระดาษ แต่เงินสดกลับไม่พอสำหรับการดำเนินงานในแต่ละวัน ภาระต้นทุน หนี้สิน และการเข้าถึงสินเชื่อที่ยากขึ้น กำลังกดดันธุรกิจรายย่อยอย่างเงียบ ๆ ปัญหานี้ไม่ได้กระทบแค่ผู้ประกอบการ หากค่อย ๆ ลุกลามไปถึงการจ้างงาน กำลังซื้อ และความเปราะบางของเศรษฐกิจทั้งระบบ

เมื่อแม้แต่ “นักกีฬาทีมชาติ” ก็ยังไม่มีรายได้ที่แน่นอน หลายคนอาจเข้าใจว่า เมื่อได้ติดทีมชาติแล้ว นักกีฬาจะมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้นแต่ในความเป็นจริง การเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย ไม่ได้หมายความว่าจะมีรายได้ประจำจากรัฐ นักกีฬาทีมชาติไทยไม่มีเงินเดือน ไม่มีรายได้ขั้นต่ำที่แน่นอน รายได้จากรัฐที่มี คือเบี้ยเลี้ยงเฉพาะช่วงเก็บตัวหรือแข่งขันเท่านั้นหากเดือนไหนไม่มีรายการแข่ง หรือไม่มีการเก็บตัว รายได้จากรัฐในเดือนนั้นคือ ศูนย์บาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันยังคงอยู่ครบ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่ารักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดนี้

แรงสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวอาจกินเวลาเพียงไม่กี่นาที แต่ผลกระทบที่แท้จริงกลับยาวนานกว่านั้นมาก เพราะสิ่งที่ถูกเขย่าไม่ได้มีแค่พื้นดินหรืออาคาร หากรวมถึงความรู้สึกปลอดภัยของผู้คนในเมืองที่เต็มไปด้วยตึกสูง เหตุการณ์นี้ทำให้คำถามเรื่องมาตรฐานการก่อสร้าง การกำกับดูแล และความพร้อมของระบบรับมือภัยพิบัติกลับมาชัดเจนอีกครั้ง ท่ามกลางอาคารที่ยังยืนอยู่และอาคารที่พังถล่ม ความแตกต่างเหล่านี้ทำให้ผู้คนเริ่มตั้งคำถามว่า ความมั่นคงที่เคยเชื่อว่าแน่นหนา อาจเปราะบางกว่าที่คิด

ค่าไฟที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้หลายคนเผลอคิดว่าเป็นผลจากการใช้ไฟมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ตัวเลขบนบิลอาจสะท้อนมากกว่าพฤติกรรมของผู้ใช้ไฟ เพราะค่าไฟไม่ได้ประกอบด้วยแค่ต้นทุนพลังงาน หากรวมถึงโครงสร้างการผลิตและจัดซื้อไฟฟ้าที่ประชาชนไม่มีสิทธิ์เลือก สัญญาระยะยาว ค่าใช้จ่ายแฝง และกลไกการปรับราคา ล้วนถูกซ่อนอยู่ในระบบเดียวกัน ความซับซ้อนเหล่านี้ทำให้ค่าไฟกลายเป็นภาระที่เพิ่มขึ้นโดยที่หลายคนไม่แน่ใจว่า ใครเป็นผู้กำหนดต้นทุน และใครเป็นผู้ได้ประโยชน์จากระบบนี้

วงจรความเสียหายที่ประชาชนต้องจ่ายเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า สิ่งที่หลายครัวเรือนต้องเผชิญทุกฤดูฝน ไม่ใช่แค่น้ำที่เอ่อเข้าบ้าน แต่คือค่าใช้จ่ายจำนวนมากที่ต้องรับผิดชอบเองเกือบทั้งหมด น้ำท่วมหนึ่งครั้งไม่ได้ทิ้งไว้แค่คราบหรือความเสียหายชั่วคราว แต่ทิ้งภาระทางการเงินและเวลาชีวิตที่ไม่มีใครชดเชยได้ครบ ความเสียหายจากน้ำท่วมหนึ่งครั้งอาจเริ่มต้นตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึง 90,000 บาท หรือมากกว่า ทั้งเครื่องใช้ไฟฟ้าเสีย พื้นพอง ผนังพัง รถเสีย รายได้หาย และค่าแรงที่ขาดช่วง ทั้งหมดนี้คือค่าใช้จ่ายที่ประชาชนต้องรับผิดชอบเอง ขณะที่เงินเยียวยาจากรัฐมีเพดานสูงสุดเพียง 9,000 บาทเท่านั้น

มลพิษไร่อ้อย

ต้นทุนที่ถูกลบออกจากระบบ
แต่ถูกผลักให้สังคมแบกรับแทน

อุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่การจ้างงาน รายได้จากการส่งออก และการเป็นวัตถุดิบให้หลายอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แต่ในขณะที่ระบบการผลิตเดินหน้าเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพกลับถูกผลักออกไปอยู่นอกระบบบัญชีอย่างต่อเนื่อง

มลพิษจากการเผาไร่อ้อย โดยเฉพาะฝุ่น PM2.5 จึงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะฤดูกาลหรือพฤติกรรมของเกษตรกรรายใดรายหนึ่ง แต่เป็นผลลัพธ์ของโครงสร้างการผลิตที่ให้รางวัลกับต้นทุนต่ำ ความเร็ว และผลผลิตระยะสั้น โดยไม่คำนึงถึงต้นทุนระยะยาวที่สังคมต้องแบกรับ

กำแพงภาษี 36%

ของสหรัฐ คือกำแพงทีทำเกษตรกรให้จนลง

ราคาสินค้าและบริการที่แพงขึ้นในชีวิตประจำวัน ไม่ได้เกิดจากภาษีมูลค่าเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากต้นทุนและภาษีที่ถูกบวกซ้อนกันตลอดห่วงโซ่การผลิต ตั้งแต่วัตถุดิบ โรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงหน้าร้าน ภาระเหล่านี้ไม่เคยถูกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน แต่สะสมอยู่ในราคาที่ผู้บริโภคต้องจ่ายทุกวัน

แจกเงินกว่า 100,00 ล้านบาท

แก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้จริงไหม

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยพึ่งพาการ “แจกเงิน” จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบเศรษฐกิจไปแล้ว ทั้งที่ปัญหาจริงซ่อนอยู่ลึกกว่าแค่การพยุงกำลังซื้อระยะสั้น สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังตัวเลขการเติบโตต่ำ หนี้ครัวเรือนสูง และงบประมาณที่หายไป อาจบอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับอนาคตของเรา—มากกว่าที่เห็นในวันแจกเงิน

ลดภาษี

ฟังดูดีแต่ทำไมเศรษฐกิจไทย ยังน่าห่วง?

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.

สวัสดิการแรงงานไทย

แรงงานไทยคือกำลังหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ตั้งแต่ภาคการผลิต อุตสาหกรรม บริการ ไปจนถึงภาคส่งออก รายได้ของประเทศเติบโตจากแรงงานหลายสิบล้านคนที่ทำงานทุกวัน แต่สวัสดิการที่แรงงานได้รับกลับยังไม่สะท้อนความมั่นคงในการดำรงชีวิตอย่างที่ควรเป็น ในยุคที่ค่าครองชีพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รายได้ขั้นต่ำแทบไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายพื้นฐาน สิทธิด้านการรักษาพยาบาลยังมีข้อจำกัดในการเข้าถึง และเงินบำนาญหลังเกษียณอยู่ในระดับที่ไม่สามารถรองรับชีวิตผู้สูงอายุได้อย่างแท้จริง คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ว่าแรงงานทำงานหนักแค่ไหน แต่คือ แรงงานทำงานหนักไปเพื่ออะไร หากสวัสดิการไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น

แจกเงินกว่า 100,00 ล้านบาท

แก้ปัญหาเศรษฐกิจไทยได้จริงไหม

หลายปีมานี้ นโยบาย “แจกเงิน” กลายเป็นสิ่งที่เราคุ้นเคย เหมือนเป็นคำตอบอัตโนมัติทุกครั้งที่เศรษฐกิจสะดุด แต่ในขณะที่เงินช่วยพยุงให้ผู้คนพอหายใจได้ต่อ รายละเอียดที่ซ่อนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ การเติบโตที่ช้าลง หนี้ที่ทับซ้อน และงบประมาณที่ถูกเบียดออก กำลังสะท้อนบางอย่างสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างประเทศ บางทีปัญหาอาจไม่ใช่ตัวการแจกเงิน แต่วิธีที่เราพึ่งมันจนเกินไปก็ได้

กำแพงภาษี 36% ของสหรัฐ

กำแพงภาษีนำเข้า 36% ของสหรัฐอเมริกา ไม่ใช่เพียงมาตรการทางการค้าระหว่างประเทศ แต่คือแรงกระแทกเชิงโครงสร้างที่กำลังส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของผู้ผลิตไทย และกำลังไหลต่อเนื่องไปยังแรงงาน ครัวเรือน และค่าครองชีพของคนทั้งประเทศ ผลกระทบนี้ไม่ได้เกิดเป็นจุด ๆ แต่กำลังซ้อนทับกันพร้อมกันในหลายมิติ ตั้งแต่รายได้ชาติ งาน ค่าครองชีพ ไปจนถึงหนี้ครัวเรือน และสุดท้ายจะกลายเป็นภาระร่วมที่ทุกคนต้องแบกรับ ไม่ว่าทำงานอยู่ในไร่ โรงงาน หรือออฟฟิศกลางเมือง

คนละครึ่ง พลัส

ดีจริงหรือผลประโยชน์แอบแฝง

Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit. Ut elit tellus, luctus nec ullamcorper mattis, pulvinar dapibus leo.